แบบสำรวจความพึงพอใจ

D45695D3 62A2 4984 81A9 FE637EBF55EF95B06503 03EC 44F3 8B36 969AF86EBD39

          พืชอาหารสัตว์เป็นอาหารหลักที่สำคัญสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง ได้แก่ โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ เป็นต้น ปัจจุบันนี้เกษตรกรสนใจเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ในขณะที่พื้นที่สาธารณะสำหรับเลี้ยงโคกระบือลดลง ในบางปีบางฤดูกาล พืชอาหารสัตว์ที่มีตามธรรมชาติตามหัวไร่ปลายนาจึงไม่เพียงพอสำหรับโคกระบือ ทำให้โคกระบือผอม การเจริญเติบโตช้า ไม่ให้ลูก ทำให้ผู้เลี้ยงได้ผลตอบแทนจากการเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ดังนั้น ในการเลี้ยง โคเนื้อ หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดอื่น ๆ ให้มีการเจริญเติบโตและมีผลผลิตเป็นปกตินั้น เกษตรกรจำเป็นจะต้อง ปลูกพืชอาหารสัตว์ในที่ส่วนตัว โดยเลือกปลูกพืชอาหารสัตว์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่มีการเจริญเติบโตดีมีผลผลิตต่อไร่สูงในพื้นที่เท่า ๆ กัน ถ้าปลูกพืชอาหารสัตว์พันธุ์ดี มีการจัดการดูแลอย่างถูกต้องสามารถเลี้ยง โคเนื้อ หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องอื่น ๆ ได้มากกว่า ทำให้สัตว์เจริญเติบโต ให้ผลผลิต และมีสุขภาพดีกว่า พืชอาหาร สัตว์ที่สำคัญมี 2 ชนิด คือ “หญ้าอาหารสัตว์” และ “ถั่วอาหารสัตว์”

          ปัจจุบันเกษตรกรได้รับการส่งเสริมให้ปลูกทั้ง หญ้าอาหารสัตว์และถั่วอาหารสัตว์ร่วมกันเรียกว่า แปลงหญ้าผสมถั่ว เนื่องจากหญ้าโดยทั่วไปให้ผลผลิตสูง เป็น แหล่งพลังงานและสัตว์ชอบกิน ส่วนถั่วอาหารสัตว์นั้นมีโปรตีนสูง การปลูกหญ้าผสมถั่ว โดยเลือกพันธุ์หญ้าที่ สามารถเจริญเติบโตร่วมกันได้ดีจึงทำให้เป็นแหล่งพืชอาหารสัตว์ที่มีความสมดุลตอบสนองความต้องการของ สัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี  และอาหารสัตว์ที่นิยมปลูกมาก เนื่องจาก ลำต้น และใบมีขนาดใหญ่ และมีคุณค่างทางอาหารสัตว์สูง รวมถึงสามารถเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง สามารถเก็บเกี่ยวต้นได้ตลอดทั้งปี และเก็บเกี่ยวได้นาน 5-7 ปี ต่อการปลูก 1 ครั้ง คือ หญ้าเนเปียร์ 

          เดิมทีหญ้าเนเปียร์เป็นหญ้าที่มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศของแอฟริกา มีลำต้นขนาดใหญ่ ลำต้นแตกเป็นกอหรือแตกต้นใหม่ได้ ลำต้นมีลักษณะแข็งแรง มีลำต้นสั้น ๆ บางส่วนอยู่ใต้ดิน ลำต้นเหนือดินมีลักษณะทรงกลมและตั้งตรง มีขนาดลำต้น 2-2.5 เซนติเมตร สูง 2-6 เมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องประมาณ
15-20 ข้อ ส่วนรากมีเฉพาะระบบรากฝอยที่แตกออกจากเหง้าจำนวนมาก เป็นหญ้าที่สามารถปลูกได้ทั่วทุกพื้นที่ในทุกภาคของประเทศไทย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นดินร่วนปนทราย ดินเหนียว หรือดินลูกรัง ชอบดินที่มีการระบายน้ำดีและมีความอุดมสมบูรณ์ ทนแล้ง แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง ถ้าหากจะอยากปลูกสามารถยกร่องเพื่อระบายน้ำก็จะสามารถปลูกได้เช่นกัน เป็นพืชที่ต้องการน้ำฝนประมาณ 1,000 มิลลิเมตร/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับอ้อยที่ต้องการน้ำฝน 1,200-1,500 มิลลิเมตร/ปี โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้นำมาพัฒนาสายพันธุ์รวมกับหญ้าท้องถิ่นของไทย และมีการพัฒนาสายพันธุ์อีกมากมายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลูกง่ายและต้นทุนต่ำ จนกระทั่งได้มีการพัฒนาจนเกิดเป็นหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ขึ้นมา

           หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นหญ้าลูกผสมเนเปียร์สายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างหญ้าเนเปียร์ยักษ์และหญ้าไข่มุก เป็นพืชอาหารสัตว์ที่มีศักยภาพสูงทั้งในแง่การให้ผลผลิต และมีคุณค่าทางอาหารตามที่สัตว์ต้องการ เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น โคนม โคเนื้อ กระบือ
แพะ และแกะ ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศไทย หญ้าเนเปียร์สายพันธุ์นี้มีอายุหลายปีโตเต็มที่สูงประมาณ 4 เมตร มีระบบรากที่แข็งแรง แผ่กระจายอยู่ในดิน ดูดซึมน้ำและปุ๋ยได้ดี ลักษณะลำต้นและทรงต้นตั้งตรงปลูกขยายพันธุ์ โดยใช้ท่อนพันธุ์

          ลักษณะเด่นของหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นหญ้าที่เติบโตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง โปรตีนสูง มีความน่ากินสูง สัตว์ชอบกินตอบสนองต่อการให้น้ำและปุ๋ยดี แตกกอดี แก่ช้า ทนแล้ง ในช่วงฤดูหนาวยังสามารถเติบโตได้ดีไม่มีระยะพักตัว ใบและลำต้นอ่อนนุ่ม ขอบใบไม่คมไม่มีขนที่ทำให้เกิดอาการคันคาย มีระยะออกดอกเป็นเวลาสั้น ไม่ติดเมล็ด ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี มีปริมาณน้ำตาลในใบและลำต้นสูงทำเป็นหญ้าหมักโดยไม่จำเป็นต้องเติมสารเสริมใด ๆ ไม่มีโรคและแมลงรบกวน เก็บเกี่ยวง่าย ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 6-7 ปีเหมาะกับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด เป็นหญ้าที่ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตดีดีในดินหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นดินร่วนปนทราย ดินเหนียว หรือดินลูกรัง ชอบดินที่มีการระบายน้ำดีและมีความ อุดมสมบูรณ์ ทนแล้ง แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง ต้องการน้ำฝน ประมาณ 1,000 มิลลิเมตร/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับอ้อยที่ต้องการน้ำฝน 1,200-1,500 มิลลิเมตร/ปี

           การให้น้ำและใส่ปุ๋ย หญ้าเนเปียร์เป็นหญ้าที่ตอบสนองต่อการให้น้ำได้ดี แต่ถ้าหากฝนทิ้งช่วง ควรมีการให้น้ำ หากเป็นแบบพ่นฝอยควรให้ทุก 3 – 5 วัน แต่ถ้าเป็นแบบสูบราดควรปล่อยน้ำเข้าแปลงทุก ๆ 7 – 10 วัน จะสามารถผลิตหญ้าสดได้ตลอดทั้งปี  การกำจัดวัชพืชหลังการปลูก 2 – 3 สัปดาห์ จากนั้นควรกำจัดวัชพืชหลังการตัดทุกครั้ง ใช้สูตรปุ๋ย 15 – 15 – 15 อัตรา 50 กก./ไร่เป็นปุ๋ยรองพื้น และควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 20 กก./ไร่ หลังการตัดหญ้าแต่ละครั้ง 

           การเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์ การเก็บต้องตัดให้ชิดดินที่สุด เพื่อให้แตกหน่อใหม่จากใต้ดิน จะตั้งตัวได้เร็วและมีขนาดโตอวบอ้วน  การตัดหญ้าทุกครั้งควรใส่ปุ๋ยคอกลงไปที่โคนกอแล้วรีบให้น้ำทันที ส่วนปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 ให้ใส่หลังแตกหน่อใหม่ ประมาณ 2 สัปดาห์ หยอดปุ๋ยลงไปที่โคนกอเพื่อให้หญ้าแตกกอมาก ขนาดลำต้นใหญ่อวบ ใบดกเขียวเข้มงาม ทำให้ผลผลิตสูง สามารถเก็บเกี่ยวหญ้าครั้งแรกเมื่ออายุ 75 วัน จากนั้นตัดใช้ประโยชน์ได้ทุก ๆ 45 – 60 วัน ช่วงฤดูฝนหญ้าโตเร็วอาจตัดอายุน้อยกว่า 30 วัน การปลูกหญ้าในพื้นที่ชลประทาน หรือให้น้ำโดยใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดจากโรงงานอุตสาหกรรมจะสามารถผลิตหญ้าสดได้ตลอดปี  ตัดเกี่ยวหญ้าได้ 5 – 6 ครั้ง/ปี ได้หญ้าสดประมาณ 8 – 10 ตัน/ไร่/ครั้ง หรือคิดเป็น 40 – 60 ตัน/ไร่/ปี  ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงโค 5 – 6 ตัว สามารถลดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ เหมาะสำหรับผู้มีพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์น้อยแต่มีจำนวนสัตว์มาก

          คุณภาพทางอาหารสัตว์ หญ้าอายุ 60 วันมีโปรตีนเฉลี่ย 10.6 % เยื่อใยรวม 42.6 % และมีคาร์โบไฮเดรตละลายได้ 33.3 %  เป็นพืชอาหารสัตว์คุณภาพดี มีคุณค่าอาหารสัตว์สูง เหมาะสำหรับ การใช้เลี้ยงสัตว์ที่ให้ผลผลิตสูง เช่น โคนม และสามารถนำไปผลิตเป็นพืชหมักได้ดี  เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรตละลายได้สูง หากต้องการทำหญ้าหมักเก็บถนอมไว้เลี้ยงสัตว์ โดยตัดหญ้าอายุ 60 วัน หั่นเป็นชิ้น ขนาดชิ้นละ 1 – 3 ซม.  บรรจุลงภาชนะอัดให้แน่น ดูดอากาศออกปิดภาชนะให้สนิท เก็บในที่ร่มประมาณ 21 วันขึ้นไป จึงทยอยนำมาใช้ยามขาดแคลน

           กล่าวได้ว่าหญ้าเนเปียร์ปากช่อง เป็นหญ้าที่สามารถปลูกได้ทั่วทุกพื้นที่ในทุกภาคของประเทศไทย เป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำเยอะ มีความทนทานต่อสภาพอากาศสูง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท และหญ้าเนเปยร์ปากช่อง ยังเป็นแหล่งเป็นอาหารหลักที่สำคัญสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องจำพวก โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ จึงทำให้หญ้าเนเปียร์ปากช่องได้รับความนิยมจากเกษตรกร และยังเป็นการลดต้นทุนในการผลิตอาหารแก่สัตว์ อีกด้วย หากมีข้อสงสัยหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ หรือโทร 0-2501-1147, 0-2501-1148, 0-2501-1164

ข้อมูล : สำนักพัฒนาอาหารสัตว์                                                          เรียบเรียงโดย : นายรณภพ จงจิตร กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์