2562 03 14b 011
วันที่​ 14​ มีนาคม​ 2562​ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​เป็นประธานเปิดงาน​โครงการความร่วมมือการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า​ ปีงบประมาณ​ 2562​ (Kick​ off)  พร้อมด้วย​นายลักษณ์​ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ โดยมีนายสัตวแพทย์​สรวิศ​ ธานีโต​ อธิบดีกรมปศุสัตว์​ กล่าวรายงาน​  ณ​ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์​ จังหวัดปทุมธานี​ 
นายกรัฐมนตรีสั่งการกรมปศุสัตว์ปูพรมกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า Kick Off ฉีดวัคซีนหมา-แมว ฟรีทั่วไทย พร้อมสร้างความตระหนักรู้ของผู้เลี้ยง “รัก-เลี้ยง-รับผิดชอบ” พาสุนัข-แมวฉีดวัคซีนทุกปี ตั้งเป้าปลอดโรคปี 63
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในต้นปี 2561 ที่มีแนวโน้มจะขยายเป็นวงกว้าง โดยช่วงต้นปีในระหว่าง ม.ค. – เม.ย. 2561 มีตัวอย่างในสัตว์เลี้ยงที่พบโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 1,121 ตัวอย่าง และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 12 คน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค ทำให้สถานการณ์การเกิดโรคเริ่มคลี่คลายลงในปลายปี 2561 และปัจจุบันปี 2562 ยังไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความตื่นตัวและตระหนักรู้ของพี่น้องประชาชน       ผู้เลี้ยงสัตว์ให้ “รัก-เลี้ยง-รับผิดชอบ” พาสุนัข-แมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคทุกปี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จัดโครงการความร่วมมือการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ 2562 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ระหว่าง วันที่ 1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2562 เป็นระยะเวลา 4 เดือน และมีการ Kick Off รณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทั่วประเทศพร้อมกันในวันนี้ โดยมีกิจกรรมฉีดวัคซีน ผ่าตัดทำหมัน และจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ขอย้ำว่า พี่น้องประชาชน อย่าลืม 1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2562 ฉีดวัคซีนฟรีทั่วไทย
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในการดำเนินงาน มีเป้าหมายภายในปี 2563 ต้องไม่พบโรคทั้งในคนและในสัตว์ โดยได้ถอดบทเรียนในอดีต สิ่งที่ค้นพบ คือ เรื่องการกระจายวัคซีนลงในพื้นที่ไม่ทั่วถึงและขาดแคลนในบางพื้นที่  ได้แก้ไขโดยมีการบูรณาการบริหารจัดการวัคซีนร่วมกันระหว่าง
สำนักงานปคณะกรรมการอาหารและยา กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชน   ผู้นำเข้าวัคซีน พบว่า ในปีนี้มีความต้องการวัคซีนจำนวน 14.3 ล้านโด๊ส วัคซีนที่นำเข้ามามีจำนวน 14.9 ล้านโด๊ส ทำให้วัคซีนในปีนี้มีเพียงพอและทั่วถึงทุกพื้นที่ อีกทั้งได้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาการผลิตวัคซีนภายในประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาวัคซีนขาดแคลน สร้างความมั่นคงด้านวัคซีน ส่วนคุณภาพของวัคซีนนั้น มีการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนในภาคสนาม ภายหลังการฉีดวัคซีนโดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า วัคซีนมีคุณภาพสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า ขอให้ประชาชนประสานขอรับบริการต่างๆ ผ่านทางเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน อีกทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ให้เฝ้าระวัง หากพบสุนัข-แมว มีอาการน่าสงสัย ป่วยหรือตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ หรือแจ้งสายด่วนของกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 หรือผ่านแอพพลิเคชัน DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ได้ทันท่วงที ทั้งนี้ หากท่านให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ในการป้องกันและควบคุมการเกิดโรคอย่างเคร่งครัด สัตว์เลี้ยงของท่านจะปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้า และขอให้ระลึกไว้เสมอว่า “รัก-เลี้ยง-รับผิดชอบ” พาสุนัข-แมว ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคทุกปี

ภาพข่าว กิตติพรรณ จินดามัง / กลุ่มเผยแพร่ / สลก