แบบสำรวจความพึงพอใจ

D45695D3 62A2 4984 81A9 FE637EBF55EF95B06503 03EC 44F3 8B36 969AF86EBD39

วันอังคารที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในอำเภอมวกเหล็ก ณ สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ด้วยรัฐบาลมีความห่วงใยในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์และภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพและการดำรงชีพของประชาชน ซึ่งปัญหาโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนมจากรายงานของปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี จะเห็นได้ว่าเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สูญเสียรายได้และมีค่าใช้จ่ายจากการรักษาโคนมเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีโดยเร่งด่วน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมปศุสัตว์ ร่วมกับจังหวัดสระบุรี และองค์กรปกครองส่วนทั้งถิ่น ตลอดจนภาคเอกชนได้ร่วมกันดำเนินการดังนี้

ประการแรก สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์เขต 1 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี ดำเนินการจัดตั้ง War room ในการติดตามแก้ไขปัญหาและควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยในพื้นที่ ให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าทีเป็นประจำทุกวัน โดยมีสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ให้คำแนะนำและสนับสนุนการปฏิบัติงาน

ประการที่สอง จัดชุดสัตวแพทย์เคลื่อนที่กรมปศุสัตว์จากส่วนกลาง เข้าไปเสริมกำลังการปฏิบัติงานควบคุมป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย ตลอดจนวางแนวทางการป้องกันโรคในระยะยาว โดยจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ จำนวน 10 ทีม ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 80 นาย ตลอดจนเวชภัณฑ์ยารักษาโรค น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อช่วยรักษาโคป่วย และควบคุมโรค ตลอดจนให้ความรู้ คำแนะนำแก่เกษตรกรในการดูแลสุขภาพสัตว์และการป้องกันโรค โดยวันนี้อังคารที่ 14 มกราคม 2563 ได้จัดกิจกรรม “การปล่อยขบวนรถหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ในอำเภอมวกเหล็ก” ณ บริษัท ไทยมิลค์ จำกัด เพื่อควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยให้สงบโดยเร็ว

  นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม การควบคุมป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยนอกจากจะต้องอาศัยการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐแล้ว เกษตรกรต้องมีความตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องพัฒนาปรับปรุงฟาร์มให้มีระบบป้องกันโรคเบื้องต้น เช่น มีรั้วกั้น มีที่พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์ม มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยทุก 4 เดือน และไม่เคลื่อนย้ายโคนมเข้าฟาร์มโดยไม่ได้รับการอนุญาตและตรวจสอบจากสัตวแพทย์ หมั่นดูแลสุขภาพโคอย่างสม่ำเสมอ หากพบมีอาการผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือแจ้งสายด่วนของกรมปศุสัตว์ 063-2256888 หรือผ่านแอปพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งการเกิด  โรคระบาด” เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบ ควบคุมโรค และให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

  ด้านนายสัตวแพทย์ชาญชัย จุลโลบล ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ด้วยขณะนี้ มีรายงานการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนมในจังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงโคนมหนาแน่น โรคปากและเท้าเปื่อยนั้นถึงแม้มักจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงตายในโคเต็มวัย ยกเว้นลูกโคที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน แต่ก็ก่อให้เกิดปัญหาสูญเสียทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เป็นโรคติดต่อจากของสัตว์กีบคู่ที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากฝูงสัตว์ไม่ได้รับวัคซีนอาจมีอัตราการป่วยได้ถึงร้อยละ 80 ขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรีได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ได้แก่ ประกาศเขตโรคระบาดเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย เฝ้าระวังโรคและค้นหาสัตว์ป่วยเพิ่มเติม ร่วมกับด่านกักกันสัตว์สระบุรีตั้งจุดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคควบคุมการเคลื่อนย้าย และประชาสัมพันธ์เตือนภัยให้กับเกษตรกรทราบสถานการณ์และการป้องกันโรคเข้าฟาร์ม แต่เนื่องจากการเลี้ยงโคนมในพื้นที่จังหวัดสระบุรี มีการเลี้ยงอย่างหนาแน่น มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ซากสัตว์ รวมถึงมูลสัตว์ น้ำนม อาหารสัตว์ ตลอดเวลา ทำให้การควบคุมโรคเป็นไปด้วยความยากลำบาก และโรคแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบัน มีรายงานการเกิดโรคในอำเภอมวกเหล็กจำนวน 108 ราย โคนมร่วมฝูง 5,654 ตัว ป่วย 1,980 ตัว หายป่วย 1,083 ตัว ป่วยคงเหลือ 897 ตัว ประกอบด้วย จำนวน 178 ราย โคนมป่วย 2,585 ตัว และโคนมตาย 70 ตัว เกษตรกรสูญเสียรายได้และปริมาณน้ำนมดิบลดลงไม่เพียงพอต่อความต้องการเกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรีได้ขอรับการสนับสนุนหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากกรมปศุสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการรักษาโรค การทำลายเชื้อโรคในฟาร์ม รวมทั้งการให้ความรู้แก่เกษตรกรอีกด้วย

*********************************

ข้อมูล : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี                                                              ข่าว : น.ส.เพ็ญศิริ  ดวงอุดม นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการพิเศษ