แบบสำรวจความพึงพอใจ

          Summary632     Summary631     questionnairedld642     questionnairedld641

                ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกซ  เป็นพืชอาหารสัตว์ที่ได้รับการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์จนมีความเหมาะสมสำหรับนำไปปลูกเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์  มีการปลูกอย่างแพร่หลาย  อาทิ ออสเตรเลีย  สหรัฐอเมริกา  บราซิล  เป็นต้น  สามารถปลูกและปรับตัวขึ้นได้ดีในไทย  เป็นพืชที่เจริญเติบโตคลุมพื้นที่ ทนแล้ง มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีความน่ากิน  เหมาะสำหรับใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ทั้งปล่อยแทะเล็ม หรือตัดทำแห้งคุณภาพสูง  ใช้เลี้ยงสัตว์ได้หลายชนิด ทั้งสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยง  ทั้งยังใช้ปลูกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน เป็นไม้ประดับ  ตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม

              ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกซ  ลักษณะต้นเตี้ยมีลำต้นใต้ดินเรียกว่า เหง้า  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 – 5 มิลลิเมตร  อยู่ใต้ดินลึกประมาณ  5 – 7 ซม. เมื่อโตเต็มที่จะมีสีน้ำตาลส้ม ลำต้นเหนือพื้นดินมีลักษณะตั้งตรงแตกมาจากเหง้า  เมื่อโตต้นจะนอนและชูยอดขึ้น ไม่มีแขนงขนาดลำต้นประมาณ 2 – 3 มม.  สูง  15 – 45  ซม. 

ใบ เป็นใบประกอบที่มี  4 ใบย่อย ลักษณะคล้ายใบหอกอาจมีขนบ้างเล็กน้อย โดย 2 ใบคู่บน มีความกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ  3 – 3.5 ซม. ที่โคนก้านใบรวม มีหูใบอยู่ 2 อัน  ขนาดใหญ่ปลายแหลมเห็นได้ชัดเจน ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อน ใบแก่มีสีเขียวอมเทา  ดอก ถั่วลิสงเถาฟลอริเกซ  จะออกดอกทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านช่วงเครียด เช่นการได้รับน้ำหลังผ่านช่วงแล้ง  ดอกมีลักษณะค่อนข้างกลมกว้าง 15 – 25 มม. สีส้มอมเหลือง เป็นดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยง 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอก 5 กลีบเป็นแบบพาพิลิโอเนเซียส  มีเกสรตัวผู้ 9 อัน โดยส่วนของก้านเกสรตัวผู้เชื่อมติดกันตลอดความยาว เกสรตัวเมียมีรังไข่ยาวแบนตั้งตรง หรืออาจโค้งเล็กน้อย ก้านดอกยาว 10 ซม. การขยายพันธุ์ ได้ด้วยเหง้า เนื่องจากไม่ค่อยมีเมล็ดถั่วลิสงเถา ฟลอริเกซ  มีอายุหลายปี ชอบดินที่มีการระบายน้ำดีและมีความอุดมสมบูรณ์สูง เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง สามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงปานกลาง  ตั้งแต่ดินทรายถึงดินเหนียว ทนต่อน้ำท่วมขังในระยะเวลาสั้นๆ ปลูกได้ทั้งในดินที่มีสภาพเป็นกรดถึงกรดจัด (PH 4.5) และดินที่เป็นกลางถึงด่าง (PH 8.5) มีความต้องการน้ำฝน 1,000 – 2,000 มม./ปี ทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง ระหว่างฤดูแล้งถึงแม้ต้นและใบบนผิวดินจะแห้งตาย แต่เหง้ายังมีชีวิตและเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน เจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิสูงกว่า 20º C  และจะชะงักการเจริญเติบโตในช่วงฤดูหนาว ทนต่อสภาพร่มเงาได้น้อยกว่าถั่วลิสงเถา พินตอย  การเตรียมดิน ควรเลือกพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมขัง เริ่มเตรียมดินประมาณต้นเดือนเมษายน ขณะที่หน้าดินมีความชื้นที่เหมาะสม ทำการไถดะเพื่อกลับหน้าดินและกำจัดวัชพืช โดยตากดินไว้ประมาณ 4  สัปดาห์ เพื่อให้วัชพืชตายและเน่าเปื่อย จากนั้นไถพรวน 1 – 2 ครั้ง  เพื่อทำลายวัชพืชที่งอกใหม่และทำให้ดินร่วนซุย  การเตรียมท่อนพันธุ์ ถั่วลิสงเถา ฟลอริเกซ  ขยายพันธุ์โดยใช้เหง้าที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ขุดเหง้าโดยใช้จอบ หรือไถด้วยผาน 3 หรือ ผาน 7 ลึก ประมาณ 10 ซม. จะทำให้ได้เหง้าที่สมบูรณ์เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อนพันธุ์จากนั้นนำเหง้าที่ได้มาสับเป็นท่อนยาวประมาณ 10 ซม.  การเตรียมกล้าพันธุ์ เตรียมวัสดุเพาะ มี ดินที่ทุบย่อยร่อนผ่านตะแกรง ให้มีขนาดเล็ก 1 ส่วน ผสมขี้เถ้าแกลบ 3 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน  แต่ถ้ามีปุ๋ยหมัก หรือ ขุยมะพร้าวก็สามารถใส่ร่วมด้วยได้ กรอกส่วนผสมลงถุงพลาสติกเพาะกล้าขนาด  2 x 6 นิ้ว  การเพาะกล้าพันธุ์ ใช้ส่วนของเหง้าที่มีความยาวประมาณ 10 ซม. จุ่มลงในน้ำยาฆ่าเชื้อราเพื่อป้องกันรากเน่า และจุ่มฮอร์โมนเร่งรากเพื่อช่วยให้รากงอกเร็วขึ้น นำมาเสียบลงในถุงเพาะประมาณ  3 – 5 ท่อน/ถุง  การดูแลต้นกล้าพันธุ์ นำถุงเพาะกล้าไปวางเรียงไว้บนพื้นกลางแจ้งแล้วคลุมด้วยวัสดุพรางแสง  เช่น  พลาสติกพรางแสง  ตาข่ายพรางแสงฟาง ฯลฯ  เพื่อลดความเข้มของแสงแดด และลดการคายน้ำของต้นกล้า รดน้ำเช้า – เย็น คอยสังเกต การแตกใบอ่อนของต้นกล้าถั่วลิสงเถา  เมื่อมีใบมากพอที่อายุประมาณ  21 วัน ให้นำวัสดุพรางแสงออก  จากนั้นต้องหมั่นถอนต้นวัชพืชที่ติดมากับวัสดุเพาะออกไปให้หมด  ต้นกล้าที่มีอายุ  45 วัน จะมีรากที่แข็งแรงให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย (46 - 0 - 0)  ประมาณ 200 กรัม/น้ำ 10 ลิตร  ใส่บัวรดไปที่ต้นกล้าจะช่วยให้ต้นกล้าเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น เมื่อต้นกล้าอายุ 2 เดือนก็สามารถนำไปปลูกลงดินได้   การปลูก ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคมแต่หากมีแหล่งน้ำเพียงพอก็สามารถปลูกได้ทุกฤดู  วิธีที่ 1 ปลูกเป็นแถว  ปลูกโดยชักร่องลึก  5 – 7 ซม. ระยะห่างระหว่างแถว  25 ซม. โดยใช้เหง้าอัตรา 500 กก./ไร่  วางเหง้าที่สับแล้วเรียงตามร่อง จากนั้นกลบดินให้แน่นและควรให้น้ำหลังปลูกทันที  วิธีที่ 2 ปลูกแบบเป็นหลุม  โดยการใช้เหง้าที่ สับแล้ว อัตรา  300 กก./ไร่  ปักลงในหลุมๆละ 3 – 5 ท่อน มีระยะห่างระหว่างหลุม เท่ากับ 25 X 25 ซม. จากนั้นกลบดินให้แน่นและควรให้น้ำหลังปลูกทันที  โดยใช้กล้าพันธุ์  อายุประมาณ 2 เดือน ปลูกในแปลงที่เตรียมดินไว้แล้วปลูกเป็นหลุมๆละ 1 ถุงเพาะชำ โดยมีระยะปลูก 25 X 25 ซม. และควรให้น้ำหลังปลูกทันที การปลูกวิธีนี้มีอัตราการรอดสูง แต่มีต้นทุนสูงกว่าวิธีอื่น  การให้น้ำ  ช่วงแรกหากฝนทิ้งช่วงควรให้น้ำด้วยระบบน้ำฝอย ทุก 1 – 3 วัน จนกระทั่งถั่วตั้งตัวได้อายุประมาณ  6  วัน  จึงให้น้ำตามความเหมาะสมของพื้นที่หรือทุกๆ  7 – 14 วัน และให้น้ำหลังตัดถั่วทุกครั้ง  การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 12 – 24 – 12  อัตรา 50 กก./ ไร่  และปุ๋ยคอกอัตรา 2 – 4 ตัน/ไร่ ช่วงเตรียมดินและในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี  การใส่ปุ๋ยหลังตัด  7 – 10 วัน ถั่วจะเริ่มแตกใบอ่อนจึงให้น้ำและใส่ปุ๋ย 12 – 24 – 12 อัตรา  10 – 20 กก./ไร่  การกำจัดวัชพืช  ครั้งแรกหลังปลูก 3 – 4 สัปดาห์  โดยใช้แรงงานคน หรือใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ได้แก่ ทู โฟ ดี (2,4-D) อัตรา 200 มล./ไร่  เพื่อกำจัดวัชพืชประเภทใบกว้าง  แต่จะมีผลกระทบทำให้ผลผลิตของถั่วลิสงเถา ฟลอริเกซ ลดลงเล็กน้อย และมีข้อห้าม ไม่ให้ใช้ก่อนตัดเพื่อทำถั่วแห้ง 30 วัน หรือใช้สารอิมาซาพิค อัตรา 25 มล./ไร่  เพื่อควบคุมหญ้าปล้องข้าวนก หญ้าแห้วหมู พง และวัชพืชใบกว้าง นอกจากนี้ยังสามารถใช้สารกำจัดวัชพืชทั้ง 2 ชนิดร่วมกันได้ในอัตรา (2,4-D : imazapic) 100 : 25 มล./ไร่ และกำจัดวัชพืชครั้งที่ 2  หลังจากกำจัดวัชพืชครั้งแรก  3 – 4 สัปดาห์  การตัดและการปล่อยสัตว์แทะเล็ม หลังปลูกควรให้ถั่วมีอายุมากกว่า 90 วันขึ้นไป จึงเริ่มตัดไปใช้ประโยชน์หรือปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มและตัดครั้งต่อไปทุกๆ 45 – 60 วัน ควรตัดให้สูงจากพื้นดิน 5 ซม. โดยเฉลี่ยตัดได้ประมาณ 6 ครั้ง/ปี  ผลผลิตและคุณค่าทางอาหาร ถั่วฟลอริเกซ  ให้ผลผลิตน้ำหนักสด 6,000 – 10,000 กก./ไร่/ปี  

หรือคิดเป็นน้ำหนักแห้ง  1,500 – 2,500 กก./ไร่/ปี มีคุณค่าทางอาหารสูงใกล้เคียงกับถั่วอัลฟัลฟา มีโปรตีน 14 – 19 %  วัตถุแห้ง 25 -30%  เถ้า 8 -10%  ลิกโนเซลลูโลส 30 - 39%  ผนังเซลล์  37 - 45% ลิกนิน 3 - 5%  แคลเซียม 1 - 2%  ฟอสฟอรัส 0.2 -.0.3%  แมกนีเซียม 0.3 – 0.5%  โพแทสเซียม 0.5 – 1.5%  กำมะถัน หรือ ซัลเฟอร์ 0.2 – 0.3%  การเก็บถนอม  ถั่วฯ มีลำต้นขนาดเล็ก  ใบมาก เมื่อทำเป็นพืชแห้งแล้วใบไม่ร่วง  มีกลิ่นหอม  มีความน่ากินสูง  จึงเหมาะที่จะเก็บถนอมไว้ในรูปของถั่วแห้ง  โดยการตัดแล้วตากให้แห้งในแปลงประมาณ  2 - 3 วัน  ระหว่างการตากในแปลง ให้เกลี่ยกลับกองถั่ววันละ  2 - 3 ครั้ง จนแห้งสนิทแล้วอัดฟ่อนด้วยเครื่องอัดหญ้าเก็บรักษาไว้ในโรงเรือน

                        ประโยชน์ของถั่วลิสงเถาฟลอริเกซ มีหลากหลาย  อาทิ  ใช้เป็นอาหารหยาบคุณภาพดี ในรูปถั่วสดโดยตัดให้กิน หรือปล่อยแทะเล็ม  และในรูปถั่วแห้ง สำหรับเลี้ยงโคนม โคเนื้อ กระบือ แพะ แกะ ม้า และกระต่าย  ใช้เป็นวัตถุดิบแหล่งโปรตีนในการผสมอาหารข้นสำหรับสุกร และสัตว์ปีก  การใช้ทำแปลงหญ้าผสมถั่ว สามารถปลูกร่วมกับหญ้าได้หลายชนิด อาทิ หญ้าแพงโกลา  หญ้ารูซี   ทั้งยังปลูกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และปลูกเป็นไม้ประดับ ได้อีกด้วย  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์  กรมปศุสัตว์ โทร. 0 – 2653 – 4444  ต่อ  3442

                                                        

*********************************************

 

ข้อมูล : สำนักพัฒนาอาหารสัตว์  กรมปศุสัตว์

เรียบเรียง : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์   กรมปศุสัตว์